ข้ามไปยังเนื้อหา
เจาะศาลรัฐธรรมนูญโคลอมเบีย: 3 ปีสุดท้ายของไก่ชน
บทความ

เจาะศาลรัฐธรรมนูญโคลอมเบีย: 3 ปีสุดท้ายของไก่ชน

ศาลรัฐธรรมนูญโคลอมเบียตัดสินในคำพิพากษา C-374/25 ว่ากฎหมายหมายเลข 2385 ปี 2024 ซึ่งห้ามสู้วัวกระทิงและการนำสัตว์มาต่อสู้เพื่อความบันเทิง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าการชนไก่อยู่ในขอบเขตของการห้ามด้ว...

1 ตุลาคม 2569 5 min read
❦

เจาะศาลรัฐธรรมนูญโคลอมเบีย: 3 ปีสุดท้ายของไก่ชน

ศาลรัฐธรรมนูญโคลอมเบียตัดสินในคำพิพากษา C-374/25 ว่ากฎหมายหมายเลข 2385 ปี 2024 ซึ่งห้ามสู้วัวกระทิงและการนำสัตว์มาต่อสู้เพื่อความบันเทิง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าการชนไก่อยู่ในขอบเขตของการห้ามด้วย องค์กร World Animal Protection รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2025 ศาลเปิดช่วงเปลี่ยนผ่าน 3 ปีให้ผู้ที่ทำมาหากินกับกิจกรรมเหล่านี้ปรับตัว หนังสือพิมพ์ The Guardian ไปเก็บภาพสนามซานตามารีอาที่การ์ตาเฮนา เมื่อเดือนตุลาคม 2025 พบว่าคืนเดียวมีไก่เข้าร่วม 220 ตัว ค่าลงทะเบียนตัวละ 1,000,000 เปโซ (ราว 193 ปอนด์) และมีการชนมากกว่า 100 คู่ ตัวเลขนี้ชี้ว่ามีเงินหมุนเวียนจริงอยู่ในระบบ จึงเป็นเหตุผลที่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญกว่าตัวบทห้าม สำหรับแฟนไก่ชนที่ติดตามข่าวนี้ ควรอ่านคำพิพากษาฉบับทางการและดูวันเริ่มนับช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนสรุปอะไรทั้งสิ้น

aerial view of a Cartagena cockfighting arena at night, white padded ring walls lit under harsh floodlights, crowd gathered around

คืนหนึ่งในเดือนตุลาคม 2025 ผู้ชมราว 300 คนที่สนามชานเมืองการ์ตาเฮนาส่งเสียงโห่ร้องสนั่นหลังไก่ตัวหนึ่งถูกสังหารกลางเวที ขณะที่ในกรุงโบโกตา ผู้พิพากษาเพิ่งลงมติให้ประเพณีแบบนี้มีวันหมดอายุ ภาพสองฉากที่ขัดกันสุดขั้วนี้เกิดขึ้นในประเทศเดียวกัน ภายในไม่กี่เดือนของกันและกัน (ผมเองอ่านแล้วก็อดรู้สึกหนักใจแทนคนสองฝั่งไม่ได้) บทความนี้จึงไม่ตัดสินว่าฝั่งไหนถูก แต่จัดลำดับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นตัวเลขและข้อเท็จจริง เพื่อให้คุณในฐานะแฟนไก่ชนอ่านสถานการณ์ได้ด้วยตัวเอง และใช้ประกอบการติดตามข่าวจากเว็บไซต์ ข่าวไก่ชน ในระยะยาว

เรียนรู้เพิ่มเติม

3 ประเด็นสำคัญของข่าวนี้โดยสรุป

  1. อันดับ 1: ขอบเขตของคำตัดสิน ศาลยืนกฎหมาย 2385 ปี 2024 และรวมการชนไก่ไว้ในการห้ามอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นตัวกำหนดทุกอย่างที่ตามมา
  2. อันดับ 2: ช่วงเปลี่ยนผ่าน 3 ปี เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องวางแผนอาชีพและรายได้ เพราะเป็นกรอบเวลาเดียวที่ศาลมอบให้
  3. อันดับ 3: ตัวเลขจากสนามจริง คุ้มค่าที่สุดสำหรับการเข้าใจขนาดผลกระทบ เพราะ 220 ตัว คูณ 1,000,000 เปโซ ให้ภาพเงินสะพัดที่ชัดกว่าถ้อยคำทางกฎหมาย

อันดับ 1: คำตัดสิน C-374/25 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

คำตัดสิน C-374/25 ยืนยันว่ากฎหมาย 2385 ปี 2024 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ห้ามการสู้วัวกระทิงและกิจกรรมที่ให้สัตว์ต่อสู้กันเพื่อความบันเทิง รวมถึงการชนไก่ ศาลให้เหตุผลว่าวัฒนธรรมและประเพณีไม่อาจใช้เป็นข้ออ้างให้สัตว์ที่รับรู้ความเจ็บปวดได้ต้องทนทุกข์

ตามที่ World Animal Protection สรุปไว้ กิจกรรมที่ถูกห้ามไม่ได้มีแค่การสู้วัวกระทิงแบบดั้งเดิม แต่ครอบคลุม corralejas, rejoneo, novilladas, becerradas และ tientas ด้วย ส่วนการชนไก่ศาลยืนยันว่าอยู่ในขอบเขตเดียวกัน จุดที่น่าสนใจคือ ALDF ซึ่งเผยแพร่บทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2026 เลือกใช้คำว่า "ยืนยันและขยาย" (upholds and expands) นั่นหมายความว่าศาลไม่ได้เพียงรับรองกฎหมายเดิม แต่ตีความให้กว้างกว่าชื่อเรียกของการแข่งขันแต่ละแบบ

ศาลระบุไว้ในคำพิพากษาว่า "การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่เกิดจากการห้ามสู้วัวกระทิงนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญทางรัฐธรรมนูญ คือการคุ้มครองและสวัสดิภาพของสัตว์" ข้อความนี้ยกมาจากคำพิพากษา C-374/25 ตามที่ ALDF อ้างถึง ผมอยากให้สังเกตคำว่า "การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม" ไว้ให้ดี เพราะศาลไม่ได้มองว่าประเพณีเป็นของที่ต้องรักษาไว้ตามเดิม แต่มองว่ารัฐมีหน้าที่ผลักดันวัฒนธรรมให้เปลี่ยนได้ ซึ่งเป็นตรรกะที่ต่างจากข่าวทั่วไปที่เน้นแค่ว่า "ศาลสั่งห้าม" (เรื่องนี้ส่วนใหญ่ถูกมองข้ามกันเสมอ)

[Internal Link: กฎกติกาสนามชนไก่และมาตรฐานการตัดสิน]

อันดับ 2: ช่วงเปลี่ยนผ่าน 3 ปีให้อะไรกับผู้ได้รับผลกระทบ?

ช่วงเปลี่ยนผ่าน 3 ปีคือเวลาที่ศาลให้ชุมชนและผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับกิจกรรมเหล่านี้ปรับตัว เช่น เปลี่ยนอาชีพหรือหารายได้ทางอื่น ก่อนการห้ามมีผลเต็มรูปแบบ ศาลมองว่าการค่อยเป็นค่อยไปช่วยลดแรงกระแทกต่อผู้ที่พึ่งพารายได้จากกิจกรรมเหล่านี้

ในเชิงวิเคราะห์ ตัวเลข 3 ปีดูเหมือนยาว แต่ถ้าแบ่งเป็นรอบการเลี้ยงไก่ จะเห็นภาพอีกแบบ ไก่ชนที่เตรียมลงสนามมักต้องใช้เวลาเลี้ยงและฝึกต่อเนื่องหลายเดือนจนถึงเกือบปีต่อรุ่น ดังนั้นช่วง 36 เดือนจึงเท่ากับราว 3 ถึง 4 รอบการผลิตรุ่นเท่านั้น (ตัวเลขนี้เป็นการประมาณของผมจากวงจรการเลี้ยงทั่วไป ไม่ใช่ข้อมูลจากคำพิพากษา) ใครที่ลงทุนซื้อพ่อแม่พันธุ์ราคาสูงตอนนี้จึงเหลือรอบให้คืนทุนน้อยมาก ผมจึงเป็นห่วงคนตัวเล็กอย่างผู้เลี้ยงรายย่อยและคนงานในสนามมากกว่าเจ้าของสนามใหญ่ เพราะกลุ่มแรกมีทางเลือกน้อยกว่า

World Animal Protection ระบุว่าแนวทางนี้อาจรวมถึงการส่งเสริมมาตรการสวัสดิภาพสัตว์และการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบเป็นทางเลือกด้านรายได้ ซึ่งยังเป็นข้อเสนอเชิงหลักการ ยังไม่มีตัวเลขว่ารายได้ทดแทนจะมากพอเพียงใด

เรียนรู้เพิ่มเติม

elderly rooster breeder tending to several gamecocks in wooden cages at dawn on a rural Colombian farm

อันดับ 3: สนามซานตามารีอาบอกอะไรเราเรื่องขนาดของเงินที่เกี่ยวข้อง?

ข้อมูลจากสนามซานตามารีอาที่การ์ตาเฮนาบอกว่า การชนไก่ไม่ใช่กิจกรรมเล็กๆ ในคืนวันที่ 11 ตุลาคม 2025 มีไก่เข้าร่วม 220 ตัว ค่าลงทะเบียนตัวละ 1,000,000 เปโซ รวมราว 220 ล้านเปโซ หรือประมาณ 42,500 ปอนด์ในคืนเดียว

รายงานของ The Guardian โดย Tiago Rogero ระบุว่าสนามแห่งนี้เป็นหนึ่งในสนามชนไก่ใหญ่และสำคัญที่สุดของการ์ตาเฮนาและจังหวัดโบลิวาร์ ผู้ตัดสินคนหนึ่งคือ José Ramirez ประเมินว่าคืนนั้นจัดได้ประมาณ 115 คู่ ผมลองคำนวณย้อนกลับดูแล้วพบสิ่งที่น่าสนใจ ไก่ 220 ตัวจับคู่กันได้สูงสุดเพียง 110 คู่ ตัวเลข 115 จึงสูงกว่าเพดานเชิงเลขคณิตเล็กน้อย ซึ่งอาจหมายความว่ามีไก่ที่ลงสนามมากกว่าหนึ่งครั้ง หรือเป็นตัวเลขประมาณการ ไม่ว่าจะเป็นแบบใด ค่าลงทะเบียนเฉลี่ยต่อคู่อยู่ราว 1.9 ล้านเปโซ นั่นยังไม่รวมเงินพนันที่ผู้ชมวางกันนอกระบบค่าลงทะเบียน ซึ่งไม่มีใครเปิดเผยตัวเลขจริง

ข้อสังเกตนี้สำคัญเพราะมันตอบคำถามที่หลายบทความข้ามไป คือเหตุใดแรงต้านจึงมีมาก เพราะเงินที่อยู่ตรงนั้นไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่คือรายได้ของคนทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ผู้เลี้ยง ผู้ตัดสิน ไปจนถึงคนขายเครื่องดื่มหน้าสนาม

[Internal Link: ภาพรวมวงการไก่ชนไทยเทียบกับต่างประเทศ]

เราจัดอันดับสามประเด็นนี้อย่างไร?

เราจัดอันดับด้วยเกณฑ์สามข้อ คือ ผลกระทบทางกฎหมาย (น้ำหนัก 50 เปอร์เซ็นต์) ความเกี่ยวข้องกับผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง (30 เปอร์เซ็นต์) และความสามารถในการตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิง (20 เปอร์เซ็นต์)

ประเด็นขอบเขตคำตัดสินได้คะแนนสูงสุดเพราะเป็นฐานของทุกเรื่อง ช่วงเปลี่ยนผ่านตามมาเพราะส่งผลต่อชีวิตผู้คนทันที ส่วนตัวเลขจากสนามได้อันดับสามเพราะแม้ให้ภาพชัด แต่มาจากรายงานคืนเดียวที่สนามเดียว จึงใช้ขยายความได้ ไม่ควรใช้เป็นตัวแทนของทั้งประเทศ

ข้อจำกัดที่ต้องบอกตรงๆ คือน้ำหนักเหล่านี้เป็นการให้คะแนนเชิงบรรณาธิการของเรา ไม่ใช่มาตรฐานตายตัว และเราอ้างอิงจากรายงานสามแหล่งที่เผยแพร่ระหว่างกันยายน 2025 ถึงมีนาคม 2026 ถ้ามีคำสั่งหรือกฎระเบียบใหม่ออกมาหลังจากนี้ ลำดับอาจเปลี่ยนได้

เรียนรู้เพิ่มเติม

a judge's gavel resting on a legal document beside a small rooster figurine on a courtroom desk

คุณควรให้ความสำคัญกับประเด็นไหนก่อน?

ถ้าคุณเป็นแฟนไก่ชนที่ติดตามข่าว ให้เริ่มจากขอบเขตคำตัดสิน เพราะทำให้เข้าใจว่าโคลอมเบียใช้เหตุผลเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ ไม่ใช่เรื่องการพนัน ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรงควรเริ่มจากช่วงเปลี่ยนผ่าน 3 ปี

มีข้อควรระวังอย่างหนึ่งที่ผมอยากพูดแบบเพื่อนคุยกับเพื่อน คือการเอาข่าวต่างประเทศมาสรุปว่าไทยจะเป็นแบบเดียวกันนั้นเร็วเกินไป กฎหมายของแต่ละประเทศมีรากฐานต่างกัน ในไทยการชนไก่อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายการพนันและการอนุญาตในแต่ละพื้นที่ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานรัฐโดยตรงเสมอ (อย่าเชื่อข่าวลือในกลุ่มแชตเด็ดขาด)

อย่างไรก็ตาม คำตัดสินของศาลโคลอมเบียมีผลเชิงสัญลักษณ์ที่ World Animal Protection ชี้ว่าส่งสัญญาณไปยังละตินอเมริกา สเปน และทั่วโลก ผู้ที่ทำเนื้อหาหรือเดินสายในวงการนี้จึงควรเตรียมรับคำถามเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ให้มากขึ้น และติดตามข่าวสารผ่าน ข่าวไก่ชน เพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญ

[Internal Link: คู่มือแฟนไก่ชนมือใหม่]

เรียนรู้เพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

Q: คำตัดสินของโคลอมเบียเรื่องชนไก่คืออะไร?

A: คือคำพิพากษา C-374/25 ของศาลรัฐธรรมนูญโคลอมเบีย ที่ยืนยันว่ากฎหมาย 2385 ปี 2024 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ศาลระบุว่าการชนไก่อยู่ในขอบเขตของการห้ามร่วมกับการสู้วัวกระทิงและกิจกรรมให้สัตว์ต่อสู้อื่นๆ การเผยแพร่ข่าวสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2025 และมีบทวิเคราะห์เพิ่มเติมในเดือนมีนาคม 2026

Q: การชนไก่ในโคลอมเบียห้ามทันทีเลยหรือไม่?

A: ไม่ได้ห้ามทันที เพราะศาลกำหนดช่วงเปลี่ยนผ่าน 3 ปีให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบปรับตัว ช่วงนี้ออกแบบมาเพื่อให้ชุมชนและแรงงานมีเวลาหาอาชีพทางเลือก เนื่องจากรายงานต้นทางไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดแบบเจาะจงในส่วนที่เรานำมา ควรตรวจสอบวันเริ่มนับจากเอกสารทางการ

Q: การห้ามนี้ต่างจากการห้ามสู้วัวกระทิงอย่างไร?

A: ตัวบทเดียวกันห้ามทั้งสองอย่างและใช้เหตุผลเรื่องสวัสดิภาพสัตว์เหมือนกัน ความต่างอยู่ที่ขนาดและโครงสร้างของกิจกรรม ชนไก่จัดได้บ่อยในสนามขนาดเล็ก อย่างที่ The Guardian รายงานว่าคืนเดียวมีมากกว่า 100 คู่ ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงกระจายตัวและตรวจสอบยากกว่า

Q: ทำไมศาลจึงไม่ยอมรับเหตุผลเรื่องประเพณี?

A: เพราะศาลมองว่าวัฒนธรรมและประเพณีไม่อาจใช้เป็นข้ออ้างให้เกิดความทุกข์ทรมานแก่สัตว์ที่รับรู้ความรู้สึกได้ ศาลมองว่ารัฐมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่เกิดจากการห้ามถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม

Q: ผู้เลี้ยงไก่ชนในโคลอมเบียควรทำอย่างไรในช่วงเปลี่ยนผ่าน?

A: ควรวางแผนรายได้ใหม่ตั้งแต่ตอนนี้และหลีกเลี่ยงการลงทุนใหม่ในพ่อแม่พันธุ์ราคาสูง เพราะ 3 ปีเท่ากับราว 3 ถึง 4 รอบการผลิตรุ่นตามที่ประมาณไว้ ทางเลือกที่ World Animal Protection ยกตัวอย่างคือกิจกรรมที่ส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์และการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบ

Q: คำตัดสินนี้มีผลกับไก่ชนในไทยหรือไม่?

A: ไม่มีผลทางกฎหมายโดยตรง เพราะเป็นคำตัดสินของศาลโคลอมเบียที่ใช้ในประเทศนั้น ไทยมีกรอบกฎหมายการพนันและเงื่อนไขการอนุญาตของตนเอง อย่างไรก็ตาม ประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ที่ถูกพูดถึงมากขึ้นอาจเป็นแรงกดดันเชิงสังคมได้ ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐไทยโดยตรง

สรุป

โคลอมเบียได้ขีดเส้นแล้วว่าการชนไก่จะเป็นอดีตหลังช่วงเปลี่ยนผ่าน 3 ปี โดยมีตัวเลข 220 ตัว 1,000,000 เปโซ และมากกว่า 100 คู่ต่อคืน เป็นภาพสะท้อนว่าสิ่งที่กำลังจะหายไปไม่ใช่แค่ธรรมเนียม แต่คือระบบเศรษฐกิจขนาดย่อม ขอให้คุณอ่านข่าวนี้ด้วยหัวใจที่เปิดกว้างทั้งต่อสัตว์และต่อคน แล้วติดตามความเคลื่อนไหวกับเรา

เรียนรู้เพิ่มเติม

§
❦

ข่าวไก่ชน · Editorial Archive

บทความที่เกี่ยวข้อง